อยากพออยากเจอเธอจัง

วันนี้เรายังไม่รู้......อนาคตของเราเลยคิดถึงพี่อิกเหลือเกิน

หลายครั้งท้อกับการรอคอยอยากพูดว่ามันทรมานจริงๆนะแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ทั้งที่เราก็เคยอยู่คนเดียว  การคุยกับใครต่อใครเหมือนก่อน แต่มันไม่เหมือนก่อนเพราะคนที่

แนนอยากคุยคือพี่ อยากใกล้ชิดอยากได้กำลังใจ แล้วก็ความเชื่อใจ จริงๆนะ แนนทำอะไรได้บ้างอะ ทำไมไม่มีใครรับเด็กไร้ประสบการณ์คนนี้เลย

รักและคิดถึงที่สุด
ความฝัน...........................ความจริง

 

ตั้งแต่เด็ก....ผู้ใหญ่จะคอยสอน เตือน....บอกให้เราทำแบบนั้นดี แบบนี้ดี แล้วคุณครูก็มักจะ  ให้เราคิด แล้วก็วาดฝัน แล้วคุณครูจะมาถามว่า "โตขึ้น หนูอยากเป็นอะไรค่ะ"  จำได้ลางๆว่า เราเคยเขียนว่า เราอยากเป็นพยาบาลเหมือนคุณแม่ แล้วมันก็ค่อยมาเป็น อยากเป็นดารา ก็มีอิอิ ตลกอะ  แล้วก็มีอยากเป็นคุณครูด้วยนะ
มันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปตามเวลา จนกระทั่งโตเข้าจริงๆ  เข้ามัธยมจนม.3 ที่โรงเรียนก็ให้เราได้รู้ว่า ถ้าเราจะทำอาชีพอะไร เราต้องเรียนไปทางไหน ทางเลือกของการเรียนมีออกมา ทั้งมัธยมปลาย และไปทางสายพานิชหรือเฉพาะทาง

     ที่บ้าน....ทุกคนบอกว่า เรียนไปทางมัธยมดีกว่า ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก หรือว่ามองภาพเด็กพานิชไม่ค่อยดีเท่าไร  เราก็เรียนต่อมัธยม แต่ทีนี้ คุณปู่ ก็เอาแต่พูดว่า จะให้เรียนพยาบาล จริงๆเค้าก็พูดนานแล้วแหละ ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกแย่มากๆเรียนพยาบาลเหรอ ทำไมนต้องให้เรียนอย่างเดียวด้วย เราคิด ไม่เอาหรอก เราจะเลือกของเราเอง  ยังไงก็ไม่ไปเรียนหรอกพยาบาล ตอนนั้นโดนดุโดนว่ามาก  แต่แล้วเราก็นึกได้ ว่า พยาบาลต้องเรียนสายวิทย์ ก็พวกชีวะไง แล้วตอนนั้น เราจะต่อม.4 อาจารย์ก็จะให้เลือกว่าเราจะต่อสายไหน เลยก็เลยลงสายศิลป์-คำนวณ ลำดับที่หนึ่ง (เพราะอยากเรียนเลขด้วย ร.ร.เราถ้าเรียนสายศิลป์-ภาษาจะไม่มีเลขเลย) ลำดับที่ 2 คือ สายศิลป์-ภาษา

      ในที่สุดเราก็เรียน สายศิลป์-คำนวณ  เรียนด้วยความสบายๆ มีวิชาอ่อนก็คงเป็นอังกฤษเสริม อาจเพราะตอนนั้นไม่สนใจแล้วก็ขี้เกียจท่องศัพท์  ไม่เคยคิดจะหยิบมันมาอ่านเลย แต่ปัจจุบันรู้สึกว่า มันสำคัญมากๆเลย  ตอนนี้ก็เพิ่งจะคิดอยากเรียนภาษานี้ให้ดีๆ แต่มันก็ไม่ดีสะทีซิหน่า....แย่จัง

      พอเรียนๆไป มีคนบอกว่าเรานี่พูดเก่งนะ น่าทำงานทางการสื่อสาร รวมทั้งคุณย่าก็พูดว่า  จะเรียนอะไรได้ วันๆเอาแต่ดูทีวี  รู้หมดอะไร ตอนไหนมีรายการอะไร(แต่เดียวนี้ ไม่เลยอะ  การเป็นเล่นแต่เน็ต โลกแคบลงด้วยมั้ง เพื่อนก็หายๆ) แล้วเราก็คิดอยากรู้เบื่องหลังวงการในจอโทรทัศน์  เคยคิดว่า พวกดารามันใช้ชีวิตกันไปยังไง เพราะว่าพอดารามาโรงเรียนเพื่อนๆก็จะแฮ...กันเข้าไปลุมขอลายเซ็น  ถ้าคนน้อยเราก็ขอมั้ง อยากรู้เป็นไง แต่พอเข้าไป ก็บอกกับตัวเองว่า ไม่เอาอีกละ ไปแย่งทำไม เขียนแล้วก็แค่นั้น ตอนนั้นมีของใครไม่รู้ แล้วไม่รู้อยู่ถังขยะไหนแล้วด้วย เหอๆ

      แล้วก็มาเจอคณะนิเทศศาสตร์ คิดว่า คณะนี้น่าสนใจมาก แทบไม่ได้คิดถึงงานด้วย รู้แต่ว่ามีหลายๆอย่างที่ฟังแล้วอยากรู้ อยากเรียน....ก็บอกแม่ อยากเรียนนิเทศ...แม่เองก็เคยอยากเรียนแต่คุณยายขอให้แม่เรียนพยาบาล  (คุณแม่เลยมักจะเข้าใจอะไรในการเลือกเรียนของเรา แทบจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจเราเรื่องนี้)  อีกสิ่งหนึ่งที่เราสนใจคือการวาดภาพ แล้วก็การสร้างภาพสวยงาม แต่กว่าจะรู้ว่าทำยังไงถึงจะได้เรียนอะไรเหล่านั้น มันก็ดูเหมือนว่าจะช้าไป จะสอบเข้ามหาลัย ก็ต้องวาดเป็น ตอนนั้นนอกจากนิเทศศาสตร์ ที่เราอยากเรียนก็คือ ออกแบบนิเทศศิลป์ แต่ก็ไม่มีความสามารถในการวาดรูป ก็เลยไม่ได้เรียน(แอบลองสอบเอ็นวาดรูปนะ วาดรูปศิลภีรศรี (ลืมแล้วเขียนไง) ออกมาห่วยมาก เค้าเอา 45 คะแนนถึงเข้ามหาลัยได้  ฉันได้ 25 (ประจานตัวเอง นู๋ยอมรับความจริง) เรียนก็ไม่ได้เรียนยังจะไปสอบอีก เหอๆ เผื่อฟลุ๊คไง  ในที่สุดก็ได้เข้ามาเรียนที่นิเทศ ม.กรุงเทพ จนจบ

อยากพออยากเจอเธอจังอยากพออยากเจอเธอจัง

        วิชาที่อยากเรียนก็มีเยอะ แต่ก็ขยันบ้าง แต่ออกจะเบื่อ....มันทฤษฏีเยอะอะเลยเบื่อ..... วิชาที่อยากเข้าไปเรียนก็มี  ชอบที่สุดคงตอนวิชาคอม พวกกราฟฟิกแหละ แต่งานมันเยอะชนกันไปหมด ดีที่คะแนนส่วนตัวดี เลยได้ไม่แย่ แต่ก็ทำเอาอาจารย์พูดว่า "ครูไม่คิดว่า เธออยู่กลุ่มนี้เลยนะ"  ก็รู้สึกเสียใจนะแต่ทำไงได้อะ ตอนนั้นก็เบลอจะแย่ละ  ทำไมคนอย่างเรา ต้องรับผิดชอบงาน แต่คนที่ไม่เอาอะไรเลย ปัจจุบันมันมีงานทำแต่เราตกงานละ  ไม่ยุติธรรมเลย T_T

         คิดหลายครั้ง..........ก็ได้มาว่า  เรามันคงโง่ ถึงได้ทำอะไรมากมายขนาดนั้น..........ส่วนพวกมันก็ฉลาดในการใช้คนโง่อย่างเรามั้ง  แต่ก็ขอบคุณเพื่อนที่ดี คอยถามแล้วก็ช่วยกันทำนะ แม้จะหายไปบ้างแต่พอวิกฤตก็มากันก็ยังดี

        วันนี้............สมัครงานไป....หลายทีนะ ในความรู้สึก แต่ไม่ถึง 50 หรอกค่ะ (ใครบอกต้องถึง50) ท้อไหม  ท้อไม่อยากหางานทางนี้ แต่ก็ไม่อยากทิ้งฝัน อยากทำงานที่นี่ ตอนนี้ไม่ขอว่าต้องเป็นตำแหน่งกราฟฟิก หรือว่าโฆษณาสะหมด ขอแค่งานอะไรก็ได้ ให้เงิน เป็นค่าที่พัก แล้วก็ประสบการณ์ ความรู้ ทางด้านงานนิเทศศาสตร์ สื่อ... จะหนักไม่ว่าเลย...แต่ขอเงินเดินทาง

         ณ วันนี้ พ่อ ยื่นขาดแล้วว่า ถ้ายังไม่ได้งาน ก็ไม่ต้องมีเงิน........พ่อหักเงิน เท่ากับ 0 เริ่มเมื่อไรเค้ายังไม่บอกแน่นอน แต่จะลดแล้ว อาทิตย์หน้าอาจจะให้อยู่ที่ 500 บาท ตอนนี้หลายอย่างบอกว่า ความสามารถเราไม่มีไปแข่งอะไรกับใครเลย แต่ก็ยังขอว่า  ขอทำงานที่บรรยากาศดี ไม่ใช่โรงงานเหม็นๆ ทำอะไรก็ได้แต่ขอให้รวบๆกายมันน่าอยู่บ้างเท่านั้นเอง..........เป็นไปได้ก็เงินเดือนพอมีกินกับการอยู่หอละกัน และอินเตอร์เน็ตอยากบอกว่า สำคัญกับเรามาก เพราะเราอยากติดต่อกับแฟน  คิดถึงมาก

อยากพออยากเจอเธอจัง
ชอบหน้าตาสดใส แบบนี้มากๆเลย จุ๊บ!!

คิดถึงที่สุดเลยที่รักของนู๋แนน
(เดิมอัพเดท21.39)
เพิ่มเติม

อยากพออยากเจอเธอจัง

น่ารักมากๆ รู้ว่าเค้าชอบให้เข้ามายิ้มใกล้ๆ
พี่อิกเลยทำให้นู๋แนน
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆ

 

Posted on Thu 15 Feb 2007 18:37

จริงนะคะ เรื่องทำงานในบรรยากาศที่ดีเนี่ยะ มีส่วนทำให้สุขภาพจิตเราดีด้วยแหละ


เห็นด้วยๆๆๆๆ
   
Fri 16 Feb 2007 3:01 [2]

สุขี สุโข นะโม อะระหัง
กาเม กาเมา สาธุ
มาอวยพรวาเลนไทน์ย้อนหลังนะคะขำ ๆ

อ่า สุดท้ายก็จบนิเทศ เก่งมากโขโบก เรานี่ยังไม่จบเลยง่ะ
ฮ๋าๆ
   
Thu 15 Feb 2007 20:52 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

4 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>


กลับมารักกัน
Cbox
ฝกตกไม่เลือกเวลา
Happy Anniversary_atLanta
อยากพออยากเจอเธอจัง
ใครคิดว่า แฟนคืออะไร.....แล้วเรามีแฟนไปเพื่ออะไร.
สัมภาษงาน
เที่ยวปราจีนบุรีกับครอบครัว
คิดถึง
Victoria, 2006
บันทึกหน้าหนึ่ง
สวนกล้วยไม้
หลังจากพี่อิกกลับไปแคนนาดา
หางาน เรียน 3D กับพี่อิก
เสียใจนะ
ฝัน
เที่ยวเกาะพงันกับครอบครัวพี่อิก
ผ่านวันครบรอบเรามาแล้วซินะคะ
soon
Happy New Year 2006 To My love
Let go to Countdown......2006
Maybe new apartment
ผิดไหม
อ่านเล่นๆละกันนะ